อมบ๊วย ในศึกคิงส์คัพยังไม่พอ ทีมช้างศึก ชุดยู-23 “คนรับใช้ชาติ”

         ‘อมบ๊วย’ ในศึกคิงส์คัพยังไม่พอ ทีมช้างศึก ชุดยู-23 ยังอกหักรักคุดแพ้เจ้าภาพสิงคโปร์ชวดแชมป์บอลเมอร์ไลออนคัพไปซะอีก

น่าสงสารแฟนลูกหนังชาวไทยชะมัด ช่วงต้นปียังมีความสุขกับการที่ได้เข้ารอบเอเชียนคัพ 2019 ต่อเนื่องมาถึงการเข้าชิงไชน่าคัพกันอยู่เลย

แต่พอเข้ากลางปีเท่านั้นแหละ ‘ความผิดหวัง’ ก็วนลูปมาเยือนอีกครั้งจนได้

         แถมคราวนี้ทำท่าจะต้องเหนื่อยหนัก เพราะดูแล้วคงถึงคราวที่ต้องล้างไพ่กันทั้งหมดแล้วมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ทั้งชุดใหญ่ชุดเล็ก

เพราะมีภารกิจบิ๊กเบิ้มรออยู่ทั้งเกมคัดบอลโลก 2022 การป้องกันเหรียญทองซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงเจ้าภาพบอลปรีโอลิมปิกโซนเอเชียในต้นปีหน้า

เสียดายครับที่คิงส์คัพคราวนี้ไม่มีอะไรที่น่าจดจำ

         แม้กระทั่งการรับใช้ทีมชาติไทย “นัดที่ 100” ของ “กัปตันมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ก็แทบจะหมดความหมาย เพราะว่าเราดันแพ้อินเดียมันซะฉิบ!!

อย่างไรก็ตาม การที่ ‘นักฟุตบอล’ คนนึง จะก้าวขึ้นมาติดทีมชาติอย่างยาวนานเป็นร้อยเกมขนาดนี้ ถ้าไม่ได้มีการพูดถึงเลยก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย

         จากจุดเริ่มต้นในศึกเอเชียนคัพ 2007 ซึ่งไทยเสมออิรัก 1-1 ที่สนามราชมังคลาฯ ธีรศิลป์ แดงดา ในวัย 19 ปีถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองแทนสุธี สุขสมกิจ ในนาทีที่ 86

และนั่นคือปฐมบทของ ‘ตำนานดาวยิง’ ที่ดีที่สุดคนนึงในวงการลูกหนังไทย ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านความสำเร็จ ความล้มเหลวต่างๆ อย่างมากมายกับทีมช้างศึกมาตลอด 12 ปีเต็ม

“เจ้ามุ้ย” คือนักเตะรายที่ 5 ในประวัติศาสตร์ ที่ถูกจารึกว่าติดธงทีมชาติไทยครบ 100 นัด

         โดยรุ่นพี่ที่เคยสร้างเกียรติประวัตินี้เอาไว้ ก็คือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เล่นทีมชาติที่สูงสุดที่ 135 เกม ตามด้วย “เดอะแบน” ตะวัน ศรีปาน 110 นัด ส่วน “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กับ ดัสกร ทองเหลา เล่นเท่ากันที่ 100 แมตช์พอดิบพอดีเลย

          ขณะที่จำนวนประตูที่ “กัปตันมุ้ย” ซัลโวให้ทีมชาติเบ็ดเสร็จตัวเลขอยู่ที่ 43 ลูก (ประตูแรก เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ไทยถล่มชนะมาเก๊าไป 6-1)

ก้าวขึ้นไปอยู่ในทำเนียบดาวซัลโวทีมชาติไทยไปตลอดกาล เป็นลำดับที่ 4 รองจาก “สิงห์สนามศุภ” นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ที่ทำได้ 55 ประตู และซิโก้ 71 ประตู

ส่วน ‘อันดับ 1’ คงเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจาก “เพชฌฆาตหน้าหยก” ปิยะพงษ์ ที่ได้ถูกจารึกไว้ว่า ทะลวงตาข่ายในชุดทีมชาติได้มากถึง 77 ลูกเลยทีเดียว

         และนี่คือเกียรติยศที่จะต้องถูกบันทึกไว้ใน “ฮอลล์ ออฟ เฟม” ของยอดศูนย์หน้าทีมชาติไทย นาม “ธีรศิลป์ แดงดา” ที่ชาวไทยทุกคนสมควรต้องจดจำและยกย่อง

ไม่ใช่คอยแต่นั่งทิ่มแทงสนุกปากว่า หมดสภาพมั่ง ขาลงแล้วมั่ง หรือกองหน้าทีมท้ายตารางมั่ง แล้วแต่จะแดกดันกันไป ซึ่งนี่หรือ…คือสิ่งตอบแทนที่ ‘คนรับใช้ชาติ’ เป็นร้อยนัดอย่างเขา

สมควรจะได้รับ!!!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *